วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561

อาชีพในฝัน



อาชีพในฝัน
ช่างถ่ายภาพ
 
ลักษณะของอาชีพ
   ผู้รู้ผู้ชำนาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ การจัดวางองค์ประกอบภาพ อาชีพช่างภาพนี้มีลักษณะเกี่ยวกับการใช้กล้อง ดังนี้
1.ถ่ายภาพ
2.จัดองค์ประกอบภาพ
3.คิดรูปแบบการถ่ายภาพกับลักษณะของงาน
4.อื่น ๆ

ความมั่นคงของอาชีพ
   รายได้ไม่มีข้อกำหนดตายตัวที่แน่นอน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถ ฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะการถ่ายภาพ ผู้ประกอบอาชีพนี่อาจจะตั้งร้านถ่ายภาพเป็นของตนเองก็ได้ ซึ่งรายได้การถ่ายภาพต่อครั้งขั้นต่ำอยู่ 100 บาท จนถึงหลักแสน

ความประทับใจที่มีต่ออาชีพ
 ความประทับของฉันคือชอบการถ่ายรูปและก็ชอบถ่ายรูปให้คนอื่นอยู่ตลอด รู้สึกว่าได้ถ่ายรูปแล้วมีความสุขดี แต่ยังไม่มีกล้องเป็นของตัวเองตอนนี้ก็กำลังเก็บเงินซื้อกล้องเป็นของตัวเอง ตอนนี้ก็ใช้โทรศัพท์ถ่ายไปก่อนค่ะ

เส้นทางที่จะเดินก้าวไปให้ถึงฝัน
 ตั้งใจเรียน ศึกษาเรื่องราวต่างๆ หัดถ่ายภาพไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปตามฝันของตัวเองให้ได้ค่ะ

บุคคลที่เป็นแบบอย่างได้
คือ ลุงวอเทอ เป็นคนอังกฤษที่เป็นแฟนน้าแต่อาจจะไม่มีรูปเพราะไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันแต่ชอบถ่ายรูปให้เวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ ลุงถ่ายรูปสวยมากค่ะ



















 


วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2561

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว



วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี



สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2469 เดิมตั้งเป็นสำนักสงฆ์ในพื้นที่ 20 ไร่ ต่อมาชาวบ้านไผ่โรงวัวไปนิมนต์หลวงพ่อขอมจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุใน อ. เมืองมาเป็นเจ้าอาวาส มีการพัฒนาวัดและขยายพื้นที่ออกไป ในขณะนั้นวัดมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าวัดโพธาราม แต่ชาวบ้านยังคงเรียกวัดไผ่โรงวัว ใน พ.ศ. 2533 จึงเปลี่ยนเป็นชื่อวัดไผ่โรงวัวดังเดิมเป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชนและบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอมได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม”พระพุทธโคดมเป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512 นอกจากพระพุทธโคดมแล้วยังมี "พระกกุสันโธ" สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2518-2523 เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย องค์สีขาว สูง 28 วา 2 ศอก หน้าตักกว้าง 20 วา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ประชาชนทั่วไปนิยมมากราบไหว้ สังเวชนียสถาน 4 อยู่บริเวณด้านหน้าองค์พระกกุสันโธ ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างซึ่งจำลองจากสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาสี่แห่งใน ประเทศอินเดียและเนปาล ได้แก่ สวนลุมพินีสถานที่ประสูติซึ่งปัจจุบันอยู่ในเนปาล เจดีย์พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ สถูปเมืองสารนาถซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ และกุสินาราสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธองค์

รีววสถานที่ท่องเที่ยว
ฉันได้ไปเที่ยวกับครอบครัวที่วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี คนเยอะมากและวัดก้ใหญ่มากพอดีวันนั้นมีงานปีใหม่ด้วยพอดีก็เดินไปไหว้พระและก็ให้อาหารปลาต่างสนุกและก็ได้บุญด้วยค่ะ
นอกจากนี้ยังมี “สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพาน มีส่วนที่แสดงงานประติมากรรม เกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ สวรรค์ภูมิ ส่วน “พระกะกุสันโธ” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าพระพุทธรูปมี
“ฆ้อง และบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน รวมทั้ง “พระวิหารร้อยยอด” และ “พระธรรมจักร” ซึ่งหล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย จนขึ้นชื่อเป็นวัดที่ใครมาเยือนสุพรรณบุรีแล้วต้องไม่พลาด

เมืองนรกภูมิ









รูปของฉัน


 

 

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บทนำ


 บทนำ

      

 

          ขนมไทย เป็นของหวานที่นิยมทำและรับประทานกันในประเทศไทย สะท้อนถึงเอกลัษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติโดยแสดงถึงความละเอียดอ่อนความพิถีพิถันและความปราณีตตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจนถึงขึ้นตอนการทำอย่างกลมกลืนของศาสตร์และศิลป์ส่งผลให้ขนมไทยโดดเด่นในด้านรสชาติที่อร่อยหอมหวาน สีสัน รูปลักษณ์ สวยงาม ชวนน่ารับประทานเป็นที่ต้องตาต้องลิ้นแก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติปัจจุบันขนมไทย สอดแทรกอย่างกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมประจำชาติ มีบทบาทสำคัญในพิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานเทศกาล หรือประเพณี ที่สำคัญ อันสะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละชุมชนได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้นขนมไทยยังแอบซ่อความหมายอันเป็นมงคลไว้อย่างน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิดงานขึ้นบ้านใหม่หรืองานแต่งงานก็จะมีขนมไทย ความหมายดีๆประกอบอยู่ในพิธีอย่างขาดเสียไม่ได้ (เช่น ขนมถ้วยฟู มีความ หมายแฝงคือ การเฟื่องฟู / ขนมชั้น แสดงถึงการได้เลื่อนขึ้นชั้น เลื่อนตำแหน่ง เจริญก้าวหน้า เป็นต้น)





 



วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ขนมไทย 4 ภาค


    


ขนมก้านบัว









ส่วนผสมตัวแป้ง 
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 กิโลกรัม
น้ำมันพืช 2 ช้อนโตะ
น้ำ 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แอมโมเนีย 2 ช้อนชา
โซดา 2 ชอนชา
ส่วนผสมน้ำตาลสำหรับเคลือบ
น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย
น้ำ 1/2 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
แบะแซ 20 กรัม
ขิงแก่สับละเอียด 75 กรัม ( 1/3 ถ้วย)

 
วิธีทำ
1.ร่อนแป้งลงในอ่างผสม ทำเป็นบ่อตรงกลาง
2.ผสมน้ำ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย เกลือ ไข่ไก่ แอมโมเนีย โซดา คนให้เข้ากัน
3.เทส่วนผสมข้อ 2 ลงในอ่างแป้ง นวดให้เข้ากัน พักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง
4.แบ่งแป้งมาคลึงให้มีความหนาประมาณ 1/4 เชนติเมตร ตัดแป้งเป็นชิ้นยาว3-4 เนติเมตร ทำเช่นนี้จนหมดแป้ง
5.นำแป้งที่ตัดแล้วไปทอดในน้ำมัน จนแป้งมีสีเหลืองกรอบ ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน

วิธีทำน้ำตาลเคลือบ ผสมน้ำ น้ำตาลทราย เกลือ แบะแซ ขิงแก่ ลงในกระทะ นำไปตั้งไฟเคี่ยว จนเหนียวข้น ใส่แป้งที่ทอดแล้วลงคลุกให้เข้ากัน จนน้ำตาลแห้ง จับทั่วตัวแป้ง(ตอนน้ำตาลใกล้จะแห้ง ให้หรี่ไฟลงอ่อนๆ )

   

ขนมหม้อแกง















 ส่วนผสม
เผือกนึ่งสุกหรือถั่วเขียวผ่าซีกนึ่งแล้วบดให้ละเอียด 1 ถ้วยตวง
ไข่เป็ด 5 ฟอง
มะพร้าวขูด 1 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วยตวง
หอมเจียวสีเหลือง
น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืช
 
วิธีทำ 
1.นึ่งเผือกทั้งเปลือกหรือถั่วเขียวผ่าซีกให้สุกปอกเปลือกเผือก แล้วบดให้ละเอียดอย่าให้เป็นเม็ด
2.ผสมไข่ น้ำตาล มะพร้าว ให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวบาง
3.ผสมเผือกหรือถั่วเขียวกับน้ำกะทิ ในข้อ 2 ค่อย ๆ ผสมทีละน้อย จนเผือกหรือถั่วเขียวละลายเข้าเป็นเนื้อ เดียวกัน เอาขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ คนพอขนมข้นและแข็งตัว
4.ทาน้ำมันในถาดสำหรับปิ้งแล้วนำขนมใส่ลงในถาด นำเข้าเตาอบหรือผิงไฟล่าง ไฟบน แล้วแต่สะดวก ( พอสุกโรยหอมเจียว แล้วอบต่อสักครู่ )

  ข้าวจี่


 
 
 
 
 
 
 
 
 ส่วนผสมข้าวนึ่ง    
 500 กรัมกะทิ  1/2ถ้วย ไข่ไก่   2 ฟองเกลือ  1/2 ช้อนชา 
ขั้นตอนการทำ
ผสมกะทิและเกลือ คนให้เกลือละลาย ใส่ลงในชามข้าวเหนียว นวดให้เข้ากันปั้นข้าวเหนียว แล้วเสียบไม้ตรงกลางนำไปย่างไฟอ่อนๆ ให้เกรียมเล็กน้อยตีไข่ไก่ให้เข้ากัน แล้วนำข้าวจี่ไปชุบไข่นำไปย่างไฟอ่อนๆอีกครั้ง ให้เกรียมเล็กน้อย
 

ข้าวแต๋น











ส่วนผสม 
ข้าวสารเหนียว 5 ลิตร -แตงโม 1 ผล
-งาขาว 1 ขีด
-เกลือป่น 1
-น้ำตาลปี๊บ
-น้ำอ้อยผง 2 ขีด
-น้ำมันพืช 1 ขวด
อุปกรณ์ แบบพิมพ์ ทำจากไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว สูง 1 เซนติเมตร 

ขั้นตอนการทำ

1.นำ แตงโม 1 ลูก มาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปผสมน้ำเปล่าให้ได้ 4 แก้ว ใส่เกลือ น้ำอ้อยผง งาขาว(ถ้ามี) คนให้เข้ากัน เก็บใส่ภาชนะไว้ (ควรทำก่อนนี่งข้าว)
หมายเหตุ ถ้าไม่มีแตงโม อาจเป็นน้ำผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ เข่น มะม่วง หรือผลไม้ตามฤดูกาล
2.นำข้าวสาร(ข้าวเหนียว) มาแช่น้ำ 1 คืน นึ่งให้สุก พักไว้ให้เย็น แล้วนำมาคลุกกับ น้ำแตงโมที่เตรียมไว้แล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
3.น้ำไปกดลงในพิมพ์ ไห้แน่นพอสมควร
4.นำข้าวออกจากพิมพ์ วางบนตะแกรง แล้วนำไปตากแดด ประมาณ 1 วันครึ่ง เมื่อแห้งแล้ว เก็บใส่ถึง มัดปากถุงให้แน่น
5.ใส่น้ำมันพืชให้เต็มกระทะ ตั้งไฟให้ร้อนจัด เอาข้าวที่จากแห้งแล้วลงทอด ประมาณ 40 วินาที ข้าวแต๋นจะลอยชึ้น ให้ตัดออก นำมาวางบนตะแกรง เพื่อสะเด็ดน้ำมัน และพักไว้ให้เย็น
6.นำน้ำตาลปี๊บ เคียวไฟให้ตกทราย พักไว้ให้เย็นพอประมาณ แล้วนำมาหยดลงบนข้าว
7.ใช้ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหาร ขนาดที่ต้องการบรรจุขาย ถ้าจะให้ดี ปิดปากถุงให้มิดชิด กันลมเข้า วิธีง่ายๆ ไล่ลมออกจากถุง แล้วใช้เครื่องรีดปากถุง
ข้าวแตนน้ำแตงโมขนมไทยพื้นบ้านจะมีรสชาติอร่อย สะอาด การจัดบรรจุใส่ถุงที่สวยงาม เพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อสนใจมาอุดหนุนมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

สมาชิกในรายวิชา

 
 
 
นางสาว นรมน รัตนศรี
 
 
 
ครู ณรินทร น้อยพิทักษ์

 
นายภูมิรพี ชรุวบุตร

 
นาย วิทยา นนท์เหล่าพล

 
นางสาว พรรพษา จำนงค์สุข

 
นาย พรรณกร ภานุมาศ

 
นายอภิวัฒน์ แซ่อึ่ง

 
นาย ชลัช ประพฤทธิ์ภิญโญ

 
นาย ภาดล ต้อยสิมมา

 
นาย วรานนท์ บุญเติม

นางสาว ณัฐณิชา เถยสุงเนิน

 
นาย ชินวัฒน์ มูลมาต

 
นาย สมชนก มูลศรี
 
 
 
 
นาย พงศธร พุ่มอ่ำ

 
นาย สหรัฐ ทองคุ่ย

นาย ภากร เผ่ามณี
 
นางสาว อธิติญา แตงนวม
นาย ธนกิต พริ้งรักษา

อาชีพในฝัน

อาชีพในฝัน ช่างถ่ายภาพ   ลักษณะของอาชีพ    ผู้รู้ผู้ชำนาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ การจัดวางองค์ประกอบภาพ อาชีพช่างภาพนี้มีลักษ...